Holysai Say :

เปิดตัวเว็บหลักขายหูฟังของผมนะครับ
(ช่วงนี้และหลังจากนี้ไปผมจะเน้นอัพเดทที่เวบหลักผมเป็นหลักนะครับ)
เพื่อนๆท่านใดว่างๆก็แวะมาทักทายกันได้นะครับผม :D

www.holysai.com

 
 
 
 
.
 
คำถามหนึ่งที่หลายๆคนตอนหัดเล่นหูฟังต้องถามกัน ก็คงไม่พ้น

"พี่ครับ เบิรน์ (Burn-In) หูฟังควรทำอย่างไร ?"

"ก่อนเบิรน์ - หลังเบิรน์ มันแตกต่างกันมากไหม ?"

"การเบิรน์ คืออะไร ?"

วันนี้ก็เลยขอรวบรวมข้อมูล + คำถามที่หลายๆคนมาตอบเพื่อคลายข้อสงสัยกันนะครับ
 
บทความด้านล่างผมอ่านแล้วว่าน่าสนใจนะครับ ลองอ่านกันดู
http://www.pantip.com/tech/article/article.php?id=84

"burn-in" หูฟังคำถามยอดฮิตสำหรับคอ MP3
 

คลิกเพื่อดูภาพขนาดจริง
"burn-in" คืออะไร?
การ "burn-in" หรือที่มักเรียกติดปากคนไทยว่าการเบิร์นนั้นจริงๆถ้าจะเทียบก็คล้ายๆการ run-in รถยนต์ใหม่ให้เครื่องเข้าที่ครับ แต่หลายๆท่านจะเข้าใจว่าหูฟังนั้นเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า จะไปเทียบกับรถยนต์ไม่ได้ แต่จริงๆแล้วหูฟังจะมีพวกแผ่นไดอะแฟรมที่เคลื่อนไหวให้เกิดเสียงครับ การ "burn-in" หูฟัง หรือลำโพงนั้นก็คือการทำให้แผ่นไดอะแฟรมเหล่านี้เข้าที่เข้าทาง มีการให้ตัวตามที่ควรจะเป็นไม่ได้ตึงแน่นเหมือนกับตอนที่เขาประกอบมาจากโรง งานครับ ซึ่งเมื่อ "burn-in" เข้าที่เข้าทางแล้วคุณภาพเสียงที่ออกมาจากหูฟังก็จะไม่เปลี่ยนไปจากนั้นแล้ว ครับ เพราะไดอะแฟรมจะเข้าที่แล้ว

ถ้าจะ "burn-in" หูฟังหรือลำโพงควรจะทำอย่างไร?
การ "burn-in" นั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรครับ แค่ต่อหูฟัง หรือลำโพงเข้ากับแหล่งกำเนิดเสียง จะเป็นวิทยุ AM/FM หรือ CD หรือ MP3 ก็ได้ครับ แล้วก็เปิดให้มีเสียงออกมาจากหูฟังไปเรื่อยๆต่อเนื่อง เท่าที่อ่านดูจากหลายๆแห่งก็แนะนำให้ "burn-in" เป็นระยะเวลาสัก 100ชั่วโมงขึ้นไป หูฟัง หรือชุดลำโพงนั้นก็จะเข้าที่เข้าทางแสดงเสียงออกมาดูดีมีราคาขึ้นกว่าตอนที่ ซื้อมาครับ แต่ถ้าไม่อยากจะเปิดเพลงทิ้งให้หูฟัง "burn-in" ต่อเนื่องก็จะสามารถใช้ฟังเพลงตามปรกติไปเรื่อยๆได้ครับ ก็ถือว่า "burn-in" ได้เช่นกัน แต่แบบนี้กว่าจะ "burn-in" ได้ที่ก็ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าสักระยะหนึ่ง ดังนั้นหลายๆคนจึงเลือกที่จะ "burn-in" หูฟังทิ้งไว้ต่อเนื่องก่อนที่จะนำไปใช้งานจริงครับ นอกจากจะ "burn-in" ด้วยเพลง หรือสัญญาณเสียงจากวิทยุแล้ว บางท่านก็จะมีโปรแกรมสำหรับ generate คลื่นเสียงออกมาสำหรับ "burn-in" หูฟังโดยเฉพาะครับ ลองหาโหลดมาใช้ได้ ซึ่งผลที่ได้รับในท้ายสุดก็คือไดอะแฟรมจะถูกปรับสภาพให้เข้าที่เช่นกันครับ ก็เลือกวิธีตามสะดวกได้เลยครับ ส่วนระหว่างการ "burn-in" นั้นจะเอาหูฟังมาสวมฟังเพลงไปเลย หรือจะเอาไปยัดใต้โต๊ะก็ได้เช่นกันครับ

จำเป็นที่จะต้อง "burn-in" หูฟังให้เสร็จก่อนที่จะนำไปใช้จริงหรือไม่?
ไม่จำเป็นครับอย่างที่บอกไว้แล้วคือแล้วแต่สะดวก เพราะถึงแม้ว่าจะแกะกล่องออกมาแล้วใช้งานเลย ใช้ไปสักระยะนึงหูฟังก็จะเข้าที่เข้าทางเช่นกัน ก็เป็นการ "burn-in" ชนิดหนึ่งได้ แต่หลายๆคนอยากจะให้เสียงของหูฟังเข้าที่ก่อนที่จะนำมาใช้งานจริง ก็มักจะเลือกที่จะทำการ "burn-in" ก่อนนำมาใช้งานจริง แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่จำเป็นต้องลำบากครับ

จำเป็นหรือไม่ที่หลังจาก "burn-in" แล้วเสียงของหูฟังจะดีขึ้นกว่าตอนซื้อมาใหม่มาก?
ข้อนี้ก็ไม่จำเป็นเสมอไปครับ ต้องแล้วแต่รุ่น หรือแล้วแต่หูฟังแต่ละตัวเลยครับ บางตัวที่ประกอบมาแล้วพอดีชิ้นส่วนต่างๆเกือบจะเข้าที่อยู่แล้วพอ "burn-in" เสร็จก็แทบจะไม่เห็นผลเท่าใดนัก แต่บางตัวที่ส่วนประกอบไดอะแฟรมค่อนข้างจะตึงมากพอ "burn-in" แล้วก็จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากอย่างเห็นได้ชัดครับ การ "burn-in" เป็นการทำให้หูฟังเข้าที่ตามที่มันควรจะเป็นเฉยๆ ไม่ใช่การทำให้คุณภาพเสียงดีขึ้นกว่าที่ควรจะเป็นนะครับต้องเข้าใจในจุดนี้ ด้วย

การ "burn-in" นานเกินไปจะทำให้เกิดผลเสียหรือไม่?
การ "burn-in" นั้นอย่างที่บอกไว้คือการทำให้ชิ้นส่วนขับเสียงของหูฟังเข้าที่เข้าทางอย่าง ที่มันควรจะเป็น และเมื่อ "burn-in" ถึงจุดนั้นแล้วชิ้นส่วนต่างๆก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากนั้นแล้ว ฉะนั้นถึงจะ "burn-in" นานกว่าเดิมไปเท่าไรเสียงก็จะยังคงเหมือนจุดที่ "burn-in" เข้าที่พอดีครับไม่มีผลใดๆ

ระดับเสียงที่ใช้ระหว่าง "burn-in" ควรจะเป็นที่ประมาณเท่าใด?
ระดับเสียงที่จะใช้นั้นก็ประมาณที่เราใช้ฟังเพลงปรกติและสบายหูละครับ หรืออาจจะดังกว่าที่เราฟังปรกตินิดๆหน่อย เพราะถ้าเปิดเสียงดังมากไปอาจจะสร้างความเสียหายให้หูฟังเสียไปได้เลยครับ ดังนั้นเสียงไม่ควรที่จะดังมากไปครับ แต่ถ้าเสียงเบามากไปก็จะไม่ค่อยมีผลในการ "burn-in" เช่นกันครับ
 
 
เอาหละทุกท่านคงจะรู้เรื่องการเบิรน์หูฟังกันมากขึ้นแล้ว ต่อมาผมก็จะพูดถึงคำถามอื่นๆที่ในบทความไม่ได้กล่าวถึงกัน

คำถาม: ผมสามารถใช้คอมพิวเตอร์พวก PC หรือ Notebook ในการ Burnin ได้ไหม ?
www.holysai.com: ถ้าหากเป็นหูฟังจำพวก Inear หรือ Earbud ที่มีขนาดเล็ก รับไฟได้ค่อนข้างต่ำนั้น ผมไม่ค่อยแนะนำครับ
เพราะว่าไฟของ PC และ Nb นั้นค่อนข้างแรงกว่าเครื่องเล่นทั่วไป (จริงๆ Notebook ก็พอได้นะ แต่ส่วนตัวผมไม่แนะนำเท่าไรครับ)
ลองสังเกตุได้จากบางครั้งที่เอาหูฟังไปใส่แล้วมันเหมือนกระแสไฟฟ้าไหลผ่านหูเวลาใช้งานครับ
(แต่หูฟังบางรุ่น ที่มันเป็นพลาสติก หรือ ยาง อาจจะไม่ค่อยรู้สึกครับ )
คือถ้าหากไฟมันแรงมากเกินไป แล้วเปิดติดต่อกันเป็นะรยะเวลานานๆเนี่ย มันจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง + เสียงแตกได้ครับ
ดังนั้นในจุดนี้ผมแนะนำว่า "ไม่ควร" ครับ ควรใช้ MP3 , มือถือ  CD หรือเครื่องเล่นขนาดเล็กเบิรน์จะดีกว่าครับ

ถ้าหากเป็นหูฟังพวก Headphone ขึ้นไป อันนี้สามารถใช้กับ PC และ Notebook ได้ครับ
ดังนั้นแล้ว

คำถาม: คุณภาพไฟล์เพลง คุณภาพเครื่องเล่นมีผลกับการ Burn หูฟังไหม ?
www.holysai.com: มีส่วนครับ ยิ่งคุณภาพไฟล์ดีเท่าไร คุณภาพเพลย์เยอร์ดีเท่่าไร ยิ่งดีครับ(แน่ละ)
แต่ผมแนะนำแบบนี้นะครับว่า มันก็ไม่ได้จำเป็นถึงขนาดต้องใช้ไฟล์พวกนี้เบิรน์อย่างเดียวครับ
(ตัวผมเองยังใช้พวก .flac บ้าง หรือ MP320 kbps บ้าง หรือ บางครั้งก็ใช้พวก Lossless เบิรน์บ้างเลย)
ผมแนะนำแบบนี้นะครับว่า ถ้าเรายังเป็นมือใหม่ ยังไม่ระดับขั้นเทพ หูฟังตัวละหมื่นๆ ยังไม่ต้องกังวลในจุดนี้มากนักครับ
เราซื้อหูฟังมาเพื่อฟังเพลง ไม่ได้ซื้อมาเพื่อจับผิดเพลงครับ เอาแบบที่เราใช้แล้วสบายใจดีที่สุดครับ
(ที่พูดแบบนี้เพราะผมเองสมัยแรกๆก็กังวลมากกกนะ กลัวเบินผิดเสียงไม่เทพ ไม่คุ้มราคา 55555)
อย่าลืมนะครับ ถึงตอนเบินเราใช้ไฟล์เทพแค่ไหน แต่ทุกวันถ้าเรายังฟังไฟล์ธรรมดา มันก็ไม่ต่างหรอกครับ
เลือกที่มันเหมาะ และ สบายใจเราดีที่สุดแล้วครับ :D


คำถาม: เห็นไฟล์จำพวกสัญญาณวี้ๆๆๆๆ Burn In หรือ Defragment Sweep ที่บอกว่าล้างสนามแม่เหล็กมันดีไหม ?
www.holysai.com:
ประสบการณ์ส่วนตัวของผมจากลุกค้าท่านนึงนะครับ เขาใช้ไฟล์จำพวกนี้เิบิน ทำให้เบสอีกข้างมันรู้สึกมีปัญหา
(แรกๆก็ยังไม่รู้นะครับ ผมเปลี่ยนไปให้เขา 2 ตัว แล้วถึงได้ทราบว่ามันเป็นปัญหาจากการเบิน)
ไฟล์จำพวกนี้จริงๆเขามีไว้สำหรับเบิรน์ลำโพงครับ ไม่เหมาะกับใช้พวก Headphone หรอกครับ
ลองนึกง่ายๆดูนะครับ ดอกลำโพงลูกนึงใหญ่กว่ามือเราซะอีก แต่ไดรเวอร์หูฟังมันอันแค่ปลายนิ้วก้อยเอง - -*
โดยส่วนตัวแล้วผมไม่แนะนำให้ใช้ไฟล์พวกนี้เบิรน์เด็ดขาดเลยนะครับ หลีกเลี่ยงไปจะดีกว่า
 
คำถาม: แล้วถ้างั้นใช้เพลงอะไรเบิรน์ดีที่สุดหละ ?
www.holysai.com:
โดยปรกติผมใช้เพลงในเครื่องผมเบิรน์เอานะ เพลงที่ผมฟังประจำ หลายๆแนวหน่อย ทั้งPop Jazz clasic hiphop

เลือกทีุ่คุณภาพไฟล์ดีๆซักหน่อย เสียงครบทุกย่าน เปิดทิ้งไปเรื่อยๆนั่นหละครับ

(จริงๆมีคนแนะนำว่า ควรใช้ CD เพลงที่กูรูเขาแนะนำกัน อันนี้ก็แล้วแต่ชอบครับ :D)
 
หรือจะให้เทพเลยก็ใช้ CD Player เบินเลยจะดีที่สุดครับ ^^"
(แต่ก็ไม่จำเป็นนะ เอาเป็นว่าถ้าใครมีเครื่องเล่น CD พกพา แล้วไม่ลำบากมันก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดครับผม)
 
ปล.แต่โดยส่วนตัวผม ผมชอบเปิดเพลงที่ตัวเองฟังประจำนะครับ มันรู้สึกคุ้นเคยดี ฮาๆๆ >_<
 

HOLYSAI:
ตอนนี้ผมเปิดเว็บไซท์ขายหูฟังอย่างเป็นทางการมาได้ก็ปีเศษแล้วนะครับ

http://www.holysai.com

ประกาศนี้ก็หมายถึงเงื่อนไขในการรับประกันสินค้าของทางเว็บไซท์ผมนั่นเอง
เพียงแต่ผมขอนำมาโพสที่นี่เพื่อสะดวกต่อการอ่านมากกว่านั่นเองครับ ^^"

มีปัญหาอะไรสงสัยสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกันเชิญได้ที่
O814540570 บอย
หรือ
holysaishop@hotmail.com เมล์มาได้เลยครับ

 
 
เปรียบเทียบ Sennheiser CX500 ของแท้ Vs. ของปลอม ภาค3
 
ผ่านไปก็ปีกว่าแล้วตั้งแต่ผมหัดเขียนบทความนี้ขึ้นมา (เวลาผ่านไปไวจริงๆ)
หูฟังปลอมๆเองก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่นกันครับ รุ่นใหม่ๆสมัยนี้เอง
ต่อให้เป็นผมเองถ้าไม่อัพเดทข้อมูลเรื่อยๆก็คงมีหวังถูกหลอกแน่ๆ ฮาๆ >_<

สัปดาห์ก่อนมีลูกค้าท่านหนึ่งส่งเมล์รูปๆนึงมาให้ผมดู แล้วถามผมว่าภาพนี้มันเป็นของแท้ไหม ?
(ฮั่นแน่...จะมาลองภูมิผมหรือเปล่านะ 55555)

ภาพที่ว่าลูกค้าส่งมาถามผมก็คือภาพนี้น่ะครับ

CX500.jpg (600×369) 
ส่วนด้านล่างนี้ก็คือภาพ CX500 ที่ผมขายอยู่นะครับ เพิ่งถ่ายสดๆร้อนๆเมื่อกี้เอง
(เอาหละ ผมยังไม่เฉลยนะครับ รอให้ทุกๆคนจับผิดภาพเองก็แล้วกัน :D) 
AAA.jpg (553×275)
 
 
 
 
 
 
 
 
คำเฉลยอยู่ด้านล่างนะครับผม ลองเปรียบเทียบดูกันก่อน ^___^"
 
 
 
 
 
 
ภาพด้านบน = ของปลอม
ภาพด้านล่าง = ของแท้ 
 
111aa.jpg (442×473)

จุดที่ต่าง มีดังนี้ครับ

ในวงสีเขียวๆนั้นสังเกตุที่เนื้อพลาสติกครับ
กล่องของแท้นั้นถึงแม้จะมีโอกาสบุบจากการขนส่ง (บ้าง) แต่ก็มีลักษณะค่อนข้างแข็งมากๆครับ
(ตอนผมหัดขายใหม่ๆนี่ตอนผมหัดแกะกล่อง มันคมถึงขนาด บาดนิ้วเลือดกระฉูดผมเลยนะ - -*) 
ฉนั้นแล้วกล่องของแท้นั้นจำไว้นะครับว่าคุณภาพ พลาสติกนั้นจะค่อนข้างแข็งไม่มีทางยุบได้ง่ายๆแบบอันบน
 
จุดที่สอง วงสีแดง
คำว่า >PET< ของปลอมนั้นจะมีลักษณะหนา และขรุขระกว่าของแท้ครับ (เปรียบเทียบดูนี่เห็นๆเลยนะ)
นอกจากนั้นจำไว้นะครับว่า คำว่า >PET< ของแท้นั้นจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก พอดีๆ ดังภาพ
ตัวษรของคำว่า >PET< ของแท้นั้นจะไม่หนามากนัก และไม่มีวันที่จะขรุขระเด็ดขาดครับ !!

จุดสุดท้าย วงสีน้ำเงิน
อันนี้สำคัญที่สุดครับ ขอให้ Memo ไว้เลยนะครับนักเรียน ฮาๆๆ
จริงๆเรื่องนี้ผมเองก็เพิ่งรู้ตอนขายมาได้ซักระยะเช่นกันนะครับ ดังนั้นในรีวิวก่อนๆผมจึงไม่ได้ีระบุไว้
สังเกตุกระดาษสติ้กเก้อร์ที่เป็นเลข 0 3 2 8 นี่ไว้นะครับ จริงๆแล้วมันคือเลข Lot สินค้าครับ
เลขนี้จะมีโอกาสซ้ำกันก็ต่อเมื่อ สินค้าเป็นลอทเดียวกันครับ ปรกติแล้วจะไม่มีทางซ้ำกันเด็ดขาด
(แน่นอนว่าของปลอมมันไม่มีลอท ดังนั้นส่วนมากจะไม่แปะเจ้านี่ไว้เลย ไม่ก็เป็นลอทเดียวกันหมดครับ)
ดังนั้นของแท้จะต้องมีตัวเลขที่ต่างครับ (เว้นเสียจากมาลอทเดียวกันครับ) หรือไม่ก็ของปลอมครับ

วิธีสังเกตุจุดนี้ไม่ยากครับ ขอดูสินค้ายี่ห้อ Sennheiser สีอื่น หรือ รุ่นอื่นจากทางผู้ขายครับ (ฮาๆ)
เพราะว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ที่สินค้าทุกรุ่น ทุกสีของเขา จะเลขตรงกันเด็ดขาดครับผม
(ยกตัวอย่างเช่น ปรกติแล้วสีที่ขายดีๆก็เช่นดำ และสีที่ขายยากๆก็เช่นสีขาว มันมักจะหมดไม่ตรงกันครับ)
ยิ่งถ้าหากมันเป็นคนละรุ่นอย่าง CX400 หรือ MM50 มันไม่มีทางที่จะตรงกันได้หรอกครับ ฟันธงเลย
 

อย่างด้านล่างนี่คือสินค้าของผมนะ
2.jpg (366×302)

ซ้ายบนสุด : CX400 (Precision 2 ) รหัสลอท = 0388
ขวาบนสุด : MM50 รหัสลอท =0368
ด้านซ้ายกลาง : CX500 รหัสลอท = 0328
ด้านขวากลาง : CX500 รหัสลอท =0428
ด้านซ้ายล่าง : CX500 รหัสลอท =0428
ด้านขวาล่าง : CX500 รหัสลอท =0368

เห็นไหมครับ โอกาสตรงกันจะต่ำมาก อย่าง CX500 เองก็จะมีรหัสลอท 0328,0428,0368 ไม่ซ้ำกัน
(โอกาสซ้ำกันก็มีครับ แต่ต่ำมาก และมักจะมาจากสีเดียวกันที่มาพร้อมกันเท่านั้นครับ)

เห็นไหมหละครับ สินค้ายี่ห้อ Sennheiser ส่วนมากมักจะมีสติ้กเก้อร์เลขลอทที่ว่านี่แปะตลอดน่ะครับ
ถ้าหากท่านไม่เชื่อที่ผมพูด (ฮาๆ) ทุกๆท่านก็ลองแวะไปร้านหูฟังใหญ่ๆ(ที่เชื่อถือได้นะ)
หรือถ้าจะให้ชัวร์เลย ก็ร้าน Istudio สาขาต่างๆ ลองแวะไปโฉบแถวๆชั้นวาง Sennheiser
แล้วผลิกดูที่ล่างกล่องดูนะครับ ว่าทุกๆตัวมันมีเลขลอทที่ว่านี้หรือเปล่า ? 
 
ปล.โดยรวมแล้วถึงของปลอมจะพัฒนาขึ้น แต่มันก็ยังคง "ขาดความใส่ใจ" และ "คุณภาพการผลิต" อยู่ดี
เพราะของปลอมนั้นมักจะปั้มมาจากโรงงาน โดยเน้นที่จำนวน ต้นทุึนต่ำ ไม่ได้สนใจคุณภาพเลยนั่นเองครับ


 
 
 



HOLYSAI:
ตอนนี้ผมเปิดเว็บไซท์ขายหูฟังอย่างเป็นทางการมาได้ก็ปีเศษแล้วนะครับ

http://www.holysai.com

ประกาศนี้ก็หมายถึงเงื่อนไขในการรับประกันสินค้าของทางเว็บไซท์ผมนั่นเอง
เพียงแต่ผมขอนำมาโพสที่นี่เพื่อสะดวกต่อการอ่านมากกว่านั่นเองครับ ^^"

มีปัญหาอะไรสงสัยสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกันเชิญได้ที่
O814540570 บอย
หรือ
holysaishop@hotmail.com เมล์มาได้เลยครับ


การรับประกันสินค้าหูฟังของผมแบ่งเป็น 2 ประเภทดังนี้นะครับ

1. ปัญหาจากการผลิต มีปัญหาเปลี่ยนใหม่ให้ฟรี
เช่น เสียงออกสลับด้าน(ซ้ายเป็นขวา ขวาเป็นซ้าย) , ไมค์ใช้งานไม่ได้ , รับสายไม่ได้
กรณีแบบนี้ผมจะเปลี่ยนตัวใหม่ให้ฟรีทันที แนะนำว่าควรแจ้งทันทีที่เกิดปัญหา หรือ หลังซื้อไม่นานนักนะครับ

ระยะเวลา : ภายใน 1 เดือนแรก

อาการที่มักพบเจอ : เช่น
ไมค์ หรือปุ่มรับสาย ไม่สามารถใช้งานได้, เสียงออกสลับด้านจากซ้ายเป็นขวา ขวาเป็นซ้าย


2.ปัญหาจากการใช้งาน จากตัวลูกค้าทำพังเอง
เช่น ทำตก , แตก , หัก , สายไฟขาดใน , ตกน้ำ , ตกไฟ , หมาฟัด อาการใดๆก็ตาม
มีปัญหาเปลี่ยนใหม่ให้คิด 50% ของราคาเต็มจะเครมกี่หนก็ได้ มีปัญหาเอากล่องใหม่ไปเลย

ระยะเวลา : ตามระยะเวลาประกันที่ซื้อ
อาการที่มักพบเจอ : เช่น
สายขาดใน > อาการเสียงออกข้างใดข้างนึง หรือ ไม่ออกทั้งสองข้างเลย
หูฟังมีอาการแตก หัก ชำรุด > เช่นโดนหมาฟัด รถทับ หรือโดนเหยียบ เราก็รับครับ

ค่าใช้จ่าย : 50% ของราคาที่ซื้อ

ยกตัวอย่าง
เช่น AKG K324P มีประกัน 6 เดือน , 1 ปี ครึ่ง , 2 ปีครึ่ง

ถ้าหากลูกค้าทำ AKG K324P พัง ภายใน เดือนแรก - 6เดือนแรก : เปลี่ยนใหม่ 1300/2 = 650 บาท
ถ้าหากลูกค้าทำ AKG K324P พัง ภายใน เดือนที่7 - 1ปีครึ่งแรก : เปลี่ยนใหม่ 1500/2 = 750 บาท
ถ้าหากลูกค้าทำ AKG K324P พัง ภายใน 1ปีครึ่งหลัง - 2ปีครึ่งแรก : เปลี่ยนใหม่ 1800/2 = 900 บาท

<หมายเหตุระยะเวลาประกันจะตามที่ลูกค้าซื้อ เช่นซื้อ 6 เดือนก็จะรับประกัน6เดือน
ถ้าหากซื้อ1ปีครึ่งทางร้านก็จะรับประกัน 1 ปีครึ่งเป็นต้น ระยะการรับประกันแตกต่างตามไปราคาที่ซื้อครับ
ประกันนี้ผมจะขายแค่ตอนซื้อครั้งแรกหนเดียว จะไม่รับต่อประกันนะครับผม>

การประกันทั้งหมดของผม จะไม่มีการส่งซ่อม ไม่ต้องรอเครม มีปัญหาเอากล่องใหม่ไปอย่างเดียวครับ !!

โดยการเครมสินค้านั้น จะต้องใช้ หูฟัง กล่อง อุปกรณ์ และ ใบรับประกันในการเครมทั้ง 2 กรณีนะครับ

________________________________________________________________________

Q & A :คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรับประกันของ HOLYSAI


************************************************

Q ถาม : กรณีการเครมสินค้าของทางร้าน ทางร้านจะส่งซ่อม รอนานเท่าไร ?
A ตอบ :  ทางร้าน HOLYSAI จะเปลี่ยนสินค้าตัวใหม่ กล่องใหม่ๆ ให้ทันทีครับ ตามเงื่อนไขด้านบนนี้
ทางเรามีสินค้าสต๊อกไว้เสมอเพื่อพร้อมเปลี่ยนให้ท่านตลอดเวลาครับ ไม่ต้องรอ ไม่ต้องส่งซ่อม !!


************************************************

Qถาม : ถ้าหากสินค้ายังใช้งานได้ปรกติ แต่ต้องการส่งเครมได้หรือไม่ ?
Aตอบ : กรณีนี้ทางร้านจะขอพิจารณาเป็นกรณีๆไปนะครับ ว่าลูกค้ามีปัญหาจริงหรือไม่
และทางร้านสามารถช่วยเหลือลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหนครับ

 
************************************************
Q ถาม : กรณีที่พังจากการใช้งานเอง เช่นสายขาดในทางร้านรับหรือไม่ ?
A ตอบ : ทางร้านรับเปลี่ยนตัววใหม่ให้สำหรับกรณีสายไฟขาดในเช่นกัน
เปลี่ยนตัวใหม่ไปเลย ตามเงื่อนไขด้านบนครับ

************************************************

Q ถาม: อ่ะ ถามจริงๆถ้าเกิดการพังแบบ หมากัด รถทับ เดินเหยียบแตกละเอียด ทางร้านรับไหม ?
A ตอบ : รับครับ ไม่มีปัญหา เป็นประกันแบบ "พังจากการใช้งาน" 50%เปลี่ยนตัวใหม่ให้ครับ


************************************************

Q ถาม: ถ้าหากเครมสินค้าแล้ว ประกันจะหมดทันทีเลยไหม ?

A ตอบ :ผมจะนับประกันต่อจากของเดิมนะครับ เช่นสมมุติว่า
ซื้อกับผมวันที่ 1 มกราคม 2553 ซื้อประกัน 1ปีครึ่ง


คุณลูกค้าทำพังเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2553 ส่งมาเครม โอนเงิน เปลี่ยนตัวใหม่เรียบร้อย

ประกันผมก็จะนับแบบเดิมเหมือนตัวเดิมครับ คือ 1 มกราคม 2553 ก็นับประกันต่อไป ไม่หมดประกันแต่อย่างใด

คุณจะทำพัง 3รอบ เครม3 หน ทางร้านเราก็รับเสมอนะครับ ไม่มีตุกติกอยู่แล้ว ฮาๆๆๆ

ปล.บอกตรงๆนะครับว่า ไม่ต้องกลัวผมไม่ให้เครมหรอกครับ หมากัด รถทับ เดินเหยียบ ตกน้ำ

ถ้าหากพังอาการใดๆก็ตาม เป็นประกันแบบที่ 2 เปลี่ยนตัวใหม่คิด 50% ของราคาเสมอครับ

(ที่พูดแบบนี้เพราะเห็นลูกค้าบางคนกลัวว่าผมจะไม่ให้เครมหน่ะครับ 55555)

ประกันแบบนี้ตามระยะเวลาที่ซื้อนะครับ (หูฟังแต่ละรุ่น มีระยะเวลาประกันไม่เท่ากัน)

************************************************

 
Q ถาม : การเครมสินค้าต้องใช้อะไรบ้าง ?
A ตอบ : หูฟัง กล่อง อุปกรณ์ และใบรับประกัน ต้องมีให้ครบทุกอย่างนะครับ
(แต่ถ้าอุปกรณ์ใดขาดหาย ก็ลองคุยกันก่อนได้ครับ ถ้าทางร้านช่วยเหลือได้ก็ยินดีบริการเสมอ

************************************************

Q ถาม: สามารถส่งเครมสินค้ากับทางร้านได้อย่างไร ?
A ตอบ :
นัดเจอ : อันนี้ก็เครมกันตัวเป็นๆกับผมเลยครับ ตามสถานที่ๆผมระบุึไว้ (MBK , บางนา)
ส่งไปรษณีย์ : ส่งมาหาผมได้เลยครับ ถามที่อยู่ได้ที่ holysaishop@hotmail.coM
โดยต้องระบุ อาการ , เบอร์โทรติดต่อและที่อยู่ส่งกลับด้วยนะครับ

************************************************

Q ถาม: ทำไมทางร้านถึงไม่รับบริการส่งเครมสินค้า
A ตอบ : มันไม่คุ้มครับ ต้องมีค่าใช้จ่ายในการส่ง และ ก็ต้องรอนานมากกว่าจะได้รับสินค้า
กับประกันแบบของผม มันสบายใจกับทั้งสองฝ่ายมากกว่า เพิ่มเงินอีกนิดได้ตัวใหม่ไปเลย
ไม่ต้องซ่อม มีปัญหาเอาตัวใหม่ไปเลย ง่ายกว่าครับ แถมอายุการใช้งานก็เพิ่มขึ้นด้วย :D

************************************************

Q ถาม : ในกรณีที่ไปซื้อหูฟังมือสองที่เป็นสินค้าของ HOLYSAI (ซื้อต่อเขามา)
Q ถาม : ทางร้านจะรับประกันให้คนที่ซื้อต่อมาหรือไม่ ?

A ตอบ : รับประกันให้เหมือนปรกติทุกประการครับ แต่ต้องขอเตือนก่อนนะครับว่า
ผมเคยเจอกรณีนึง กล่อง อุปกรณ์ และ ใบรับประกันเป็นของทางร้าน แต่โดนยัดหูฟังปลอมมา
กรณีถ้าหากท่านจะซื้อสินค้ามือสอง ผมแนะนำให้ท่านศึกษาข้อมูล หรือ โทรถามผมโดยตรง
หรือถ้าหากท่านและผู้ขายสะดวก ก็สามารถนัดให้ผมช่วยตรวจสอบก็ได้นะครับว่าเป็นของทางร้านจริงไหม ?

ไม่ต้องกลัวครับ ไม่ว่าท่านจะซื้อหูฟังจากใคร ถ้าหากมันเป็นสินค้าของร้านผมจริง มีใบรับประกันของผฒ
ผมปฏิบัติต่อท่านเปรียบเสมือนคนที่ซื้อหูฟังจากผมทุกประการ ไม่มีแบ่งแยกครับ ^^v

************************************************

Qถาม: อาการสายขาดในคืออะไร ?

Aตอบ : ก่อนจะเข้าใจว่าสายขาดในคืออะไร ผมอยากอธิบายให้ทุกท่านทราบก่อนว่า
หูฟัง 1 เส้น ไม่ว่าจะถูกหลักสิบบาท หรือ หลักหมื่นบาท ก็ประกอบด้วยสายไฟ 3 เส้นนั่นเอง
สายไฟเหล่านี้ก็คือตัวที่ทำให้เราได้ยินเสียงเพลงนั่นเองหละครับ

ดังตัวอย่าง 2 ภาพนี้นะครับ ^^

http://earphone.exteen.com/images/01.JPG

http://earphone.exteen.com/images/002.jpg

ทีนี้อาการสายขาดในก็คือ สายไฟเส้นใดเส้นหนึ่ง (หรือทั้งสองเส้นนั้นได้ขาด) นั่นเอง
อาการสายขาดในก็เป็นไปได้หลายทาง

อาทิเช่้น
ไปกระชากสายจนขาด เกิดจากการรักษาไม่ดี เกิดจากการใช้งานจนสมบุกสมบันเกินไป
หรือแม้แต่หูฟังเองถึงอายุที่ต้องลาโลกแล้ว นั่นก็คือ สายมันเริ่มเปื่อยนั่นเอง
(แต่โดยส่วนมากต้องอายุ1-2ปีขึ้นไป)

อาการเหล่านี้ก็คือต้นเหตุของสายไฟขาดในนั่นเองครับ ซึ่งปัญหานี้เกิดจากตัวผู้ใช้งานเอง
(พ่อค้าเองมีหูฟังทดสอบเป็นสิบๆเส้น ใช้งานมาก็ตั้งแต่หัดขายใหม่ๆปีกว่าแล้ว ก็ยังไม่ขาดในซักเส้นเลยแหะ -*-)

เท่าที่เจออาการสายขาดในบ่อยที่สุด จะมี 2 จุดนะครับ
1.จุดแจ๊คที่ต่อหูฟังเข้ากับเครื่องเล่น : อาการนี้จะเจอราวๆ 90% เลย

2.จุดแจ๊คที่เสียบเข้าหูเรา : อาการนี้เจอค่อนข้างน้อยแต่ก็เจอบ้างครับ

โดยอาการทั้งสองนั้นทดสอบได้ง่ายๆโดยการหมุน ขยับแจ๊ค บางครั้งเสียงจะมาเหมือนปรกติครับ
ถ้าหากเป็นแบบที่ผมว่า แสดงว่าสายของท่านเริ่มจะขาดในแล้วนั่้นเอง ^^

ปล. Comment ส่วนตัวในฐานะคนขายนะครับ ท่านใดที่ใส่หูฟังฟังข้างนอกบ่อยๆ โดยเฉพาะออกกำลังกาย
ผมกล้าพูดได้เลยว่าท่านซื้อประกันได้เลยครับ ทั้งเหงื่อ และ การกระตุกบ่อยๆ หูเทพแค่ไหนก็ขาดในแน่นอน(ฮา)

************************************************

สงสัยปัญหาอะไรเพิ่มเติมโทร O814540570 หรือ Email มาที่ holysaishop@hotmail.com ครับ

AKG K324P ของแท้ Vs. ของเทียม !!

posted on 19 May 2010 16:33 by earphone

 บทความ :เปรียบเทียบ AKG K324P ของแท้ Vs. ของเทียม !!

ตอนนี้ผมเปิดเว็บ หลักของผมแล้วนะครับ ขอเชิญทุกท่านแวะเวียนเข้ามาได้ที่

http://www.holysai.com

ขอบพระคุณมากๆครับ
Holysai

 

Holysai :
วันนี้พอดีได้เบาะแสจากลูกค้าท่านนึงเกี่ยวกับหูฟัง AKG K324P ปลอมในท้องตลาด
ผมก็เลยรู้สึกไม่สบายใจก็เลยขออณุญาตทุกท่านเขียนบทความรีวิวเปรียบเทียบแบบนี้อีกครั้งนึงนะครับผม
ก่อนอื่นเท่าที่ผมสำรวจตลาดมา จะพบหูฟัง AKG K324P ปลอมทั้งหมดปรมาณ 3-4 เกรด
มีตั้งแต่พวกเก็บงานแย่ๆ ไปจนถึงตัวที่เก็บงานได้ดีเยี่ยมจนท่านๆแยกไม่ออกว่าอะไรแท้ อะไรเทียมกันเลย
(โดยเฉพาะลูกค้าที่ไม่เคยลองของแท้มาก่อน ก็อาจจะโดนหลอกได้โดยง่ายนะครับ = ='')

เอาหละ ก่อนอื่นเรามาเล่นเกม จับผิดภาพกันหน่อยไหมครับ ?
คุณว่าหูฟัง AKG K324P ตัวนี้ ของปลอม หรือ ของแท้เอ่ย ??? (ผมจะเฉลยด้านล่างนะ)http://earphone.exteen.com/images/01.jpg


ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมครับ ? หูฟัง AKG K324P ด้านบนนั้นคือของปลอมที่ลูกค้าท่านนึงได้ส่งภาพมาให้ผมดู
ทำไมผมถึงได้รู้หน่ะหรือครับ ทุกท่านสังเกตุดีๆนะครับว่า หูฟังด้านล่างนั้น ตัวหูฟังนั้นมีจุกสีขาวแต่จุกที่แถมมานั้นสีดำ !!
(ซึ่งจริงๆแล้วนั้นหูฟัง AKG K324P สีขาวนั้น จะต้องแถมจุกสี เทา เท่านั้น (เน้นนะครับว่า สีเทา ไม่ใช่สีดำ)
และเป็นสีเดียวกันกับทั้งตัวหู และ ตัวที่แถมมา ไม่ใช่หูแถมสีนึง และ ในกล่องแถมอีกสี ดังภาพนี้ lolz
http://earphone.exteen.com/images/0001.jpg
http://earphone.exteen.com/images/J.jpg


สังเกตุได้จากภาพนี้นะครับ หูฟังสี Chrome นั้นจะเป็นจุกสีดำ แต่ หูฟังสีขาว นั้นจะเป็นจุกสีเทา (สีอ่อนกว่าเห็นได้ชัด)
ย้ำอีกครั้งนะครับ หูฟัง AKG K324P สีขาวจะมีแต่จุกสีเทาเท่านั้น ไม่เคยแถมจุกสีดำ หรือ สีขาวนะครับ !!http://earphone.exteen.com/images/02.jpg


ดูภาพตัวจริงกันอีกซักเล็กน้อย
http://earphone.exteen.com/images/03.jpg

ด้านบนนั้นถือว่าเป็นเกรดค่อนข้างสูง (น่าเสียดายที่ผมยังหาของก้อบเกรดนี้มาเทียบไม่ได้)
จุดสังเกตุปลีกย่อยอื่นๆนั้นจะมีให้อ้างอิงเทียบอีก ด้านล่างนะครับ

ต่อมากันที่ AKG K324P เกรด B ที่มีการระบาดกันตามท้องตลาดมากที่สุด
(เพราะต้นทุนต่ำมาก และดูมีสติ้กเก้อร์ปิด น่าจะเหมือนของแท้ <ฮา>)
ถ้าหากท่านได้เคยอ่านรีวิวหูฟัง AKG K324P ในเว็บผมนั้นจะมีช่วงนึงตอนสมัยก่อนผมขายหูฟัง
ผมก็โดนเจ้า AKG K324P ของปลอมเกรด B ตัวนี้หลอกเหมือนกันนั่นหละครับ (ฮือออ)

สำหรับ AKG K324P ของปลอมตัวนี้นั้น (ผมขอเรียกว่า B Grade นะครับ)
เท่าที่สำรวจตลาดมาจะมี 2Version ครับ คือสติ้กเก้อร์สีเขียวๆ แปะ อันเดียวตรงกลาง (แบบภาพด้านล่าง)
กับสติ้กเก้อร์เขียวๆแปะ ด้านบน และ ล่างของกล่อง เอาเป็นว่าท่านไม่ต้องสนใจในจุดนี้ครับ
เพราะว่าหูฟัง AKG324P ของจริงนั้น จะไม่มีสติ้กเก้อร์สีเขียวๆ แปะครับ ฮาๆๆๆๆ
ถ้าท่านเจอสติ้กเก้อร์แปะดังภาพ ผมฟันธงให้เลยครับ ว่าท่านเจอของปลอมแน่ lolz


ภาพตัวอย่าง
AKG K324Pของปลอม เกรด B

http://earphone.exteen.com/images/A.jpg

http://earphone.exteen.com/images/B.jpg
http://earphone.exteen.com/images/C.jpg

เอาหละมาถึงขั้นนี้แล้ว ทุกๆท่านคงจะเริ่มรู้เท่าทันของปลอมกันมากขึ้นแล้ว
แต่พวกพัสดุภายนอกนั้น เป็นอะไรที่ปลอมแปลงกันได้ง่ายครับ สิ่งสำคัญนั้นคือเนื้อใน
เราจะมาแกะกล่องเปรียบเทียบกันดูว่า ของปลอม และ แท้นั้น แตกต่างกันจุดในบ้างอีก !!

ดังภาพนั้น คำว่า Original = ของจริง และ Fake = ของปลอมนะครับ
บริเวณด้านหูฟังข้างซ้ายนั้นจะมีชื่อรุ่น K324P และ คำว่า L ที่ก้านหู

จุดสังเกตุก็คือ คำว่า K324P ของแท้นั้น ตรงเลข 324 นั้นจะมีความหนากว่า ตรง K และ P เล็กน้อย
ในขณะที่ของปลอมนั้น คำว่า K324P นั้นจะมีความหนาเท่ากันหมดเลย
อีกจุดนึงที่สังเกตุได้ง่ายกว่าก็คือ ตัว L ครับ สังเกตุนะครับว่า ตัว L ของแท้นั้นแทบจะชิดกับขอบด้านล่างพอดี
แต่ตัว L ของปลอมนั้นจะลอยกว่าขอบด้านล่างแบบเห็นได้ชัดเจนมากครับ (ลองดูภาพนะ)

http://earphone.exteen.com/images/F.jpg



ดังภาพนั้น คำว่า Origiinal = ของจริง และ Fake = ของปลอมนะครับ

สังเกตุกันต่อที่หูด้านขวามือตรงนี้จะสังเกตุได้ง่ายมาก
ตรงบริเวณโลโก้ตรา AKG ของแท้นั้นจะตัวหนังสือหนา และ แทบจะไม่มีรอยห่างระหว่างตัวอักษร AKและG
แต่ของปลอมนั้นจะมีช่องว่างห่างแบบเห็นได้ชัด (แถมโลโก้ของปลอมนั้นจะอยู่บริเวณบนๆหน่อย)
อีกจุดที่สังเกตุได้นั้นก็คือคำว่า R ของแท้จะค่อนข้างชิดกับขอบด้านล่าง แต่ของปลอมนั้นจะลอยออกมาเล็กน้อยเหมือนข้างซ้ายhttp://earphone.exteen.com/images/E.jpg

 ภาพทิ้งท้ายเทียบกันระหว่างแท้ กับ ปลอม
http://earphone.exteen.com/images/G.jpg
http://earphone.exteen.com/images/D.jpg

ต่อมาเป็นเรื่องของกระเป๋านะครับ ข้อสังเกตุแรกเนื้อผ้าของกระเป๋า AKG นั้นจะเป็นกระเป๋าผ้าเนื้อละเอียดนะครับ
(เน้นนะครับว่า เนื้อผ้า เนื้อละเอียด มากกก ถ้าหากเนื้อไม่ละเอียด หรือ เป็นกระเป๋าหนัง ท่านโดนของปลอมแล้วครับ)
จุดสังเกตุอีกอย่างก็คือให้กลับด้านกระเป๋ามา จะต้องเก็บงานเรียบร้อย และ มีรูปร่างเหลี่ยมๆแบบนี้ครับ
http://earphone.exteen.com/images/H.jpg

http://earphone.exteen.com/images/I.jpg

นอกจากนั้นจุดที่สังเกตุปลีกย่อยๆอื่นๆก็จะมีดังนี้ (ขออภัยที่ไม่มีภาพถ่ายนะครับ)
1. AKG K324P ของแท้ กล่องจะต้องเปิดจากด้านบนเท่านั้น ไม่มีสไลด์ด้านข้าง
2. AKG K324P ตรงก้านหูฟัง (จะเห็นช่วงที่ถอดจุกออก) จะต้องมีเลข Driver กำกับทุกครั้ง
3.ตรงช่วงสี่เหลี่ยมเล็กๆ บริเวณแยกสาย Y ท่านจะต้องเห็นจุดกลมๆ สองจุด ถ้าเป็นสองจุดคือของแท้ แต่ถ้าจุดเดียวคือของปลอม
4.บริเวณตระแกรงหูฟัง (จะเห็นหลังจากถอดจุกหูฟัง) ตรงที่เป็นตาข่ายเหล็ก จะต้องแนบพอดีกับบริเวณหูฟัง
ไม่นูน หรือ ไม่เผยอออกมา มีการเก็บขอบตาข่ายอย่างดี ไร้ตำหนิใดๆทั้งสิ้นครับ


หลังจากนี้แล้วถ้าหากท่านใดกังวลว่า AKG K324P ของท่านเป็นของปลอม หรือ แท้นั้น
ก็สามารถแวะมาลองทดสอบ หรือให้ผมช่วยดูได้ที่ร้านนะครับ ยินดีช่วยเหลือเสมอ
หรือใครว่างๆจะเวาะมาลองฟัง K324P ลูกรักของผมก็ไม่ว่ากัน ฮาๆๆๆๆ


Review By  เว็บขายหูฟังของนายHolysai
http://www.holysai.com

(ยินดีให้นำบทความไปเผยแพร่ได้เต็มที่นะครับ แต่รบกวนมาขออณุญาตผม และ อย่าลืมให้เครดิตคนทำด้วยนะคร๊าบบบ)

ตอนนี้ผมเปิดเว็บหลัก ของผมแล้วนะครับ ขอเชิญทุกท่านแวะเวียนเข้ามาได้ที่


http://www.holysai.com
__________________________________________________________________________________


HOLYSAI :
ระยะนี้มีหลายๆคนมาบ่นให้ฟังเกี่ยวกับ CX500 ให้ผมฟังมากมาย
ทั้งของปลอมระดับเกรด AAA+ จากเว็บต่างประเทศแห่งนึง (ซึ่งเหมือนกับที่ผมรีวิวก่อนหน้านี้เด้ะ)
แถมลอทหลังๆมานี้ ตัวกล่องเก็บงานได้ดีมากขึ้น (แต่ตัวหูฟังก็ยังเก็บงานห่วยเหมือนเดิม)
 มาล่าสุดนั้นก็ได้มีคนแจ้งเข้ามาเรื่องการนำหูฟังปลอมมาหลอกขายกันในเรื่อง นี้ผมได้
แจ้งวิธีดูง่ายๆ ดังนี้นะครับ 2จุดหลักๆ

จุดแรก สังเกตุนะครับว่า. . . .
ถ้า หากเป็นของแท้ สินค้าที่ขายจะต้องมีครบ ทั้ง 3 สี
คือ ดำ ขาว และ ไททาเนี่ยม
ของปลอมเท่าที่ทราบมาตอนนี้จะมีแค่ 2 สี คือ ดำ และ ขาวเท่านั้น จะไม่มีสี ไททาเนี่ยม
ถ้าหากท่านใดเจอร้านไหนขาย เพียง 2 สี ดำ และ ขาว ก็โปรดระวังด้วยนะครับ
ผมขอยืนยันะครับว่า ถ้าหากเป็นของ แท้ ทางนั้นจะส่งสินค้าให้ครบ ทั้ง 3 สี
สังเกตุนะครับ ว่าบางแห่งนั้นจะมีขายแค่เพียง 2 สี คือ ดำ และ ขาวเท่านั้น !!

จุดสังเกตุที่สอง ความมันวาวของตัว S บนกระเป๋าหนัง Sennheiser
จุดสังเกตุ ได้ง่ายคือดูที่กระเป๋านะครับ ตัว S ต้องมันวาวแบบนี้

ถ้าหากเป็นของปลอมตัว S จะไม่มีลักษณะมัมวาวดังด้านล่าง

โปรดระวังของปลอม !!
อ่าน ริวิวเทียบของแท้ VS.ของปลอมได้ที่
http://www.holysai.com/catalog.php?idp=124

ซึ่ง2จุดนี้เป็นจุดที่ท่านสามารถตัดสินได้ง่ายๆ แม้ไม่ต้องฟังเสียบเทียบหละนะครับ ^^v


ปล.ด้านล่างนั้น ผมได้นำมาจากกระทู้ร้องเีรียนจากเว็บแห่งนึง ซึ่งผมขอไม่เปิดเผยชื่อที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนะครับ
(เพราะคิดว่ามันไม่เหมาะสมไม่งั้นจากกระทู้เตือนภัย จะกลายเป็นกระทู้ประจาร แทน = =''a)


ข้อความทั้งหมดด้านล่างนั้นผมได้นำมาจากกระทู้ร้องเรียนของคุณ [L.S.D] จากเว็บแห่งนึงนะครับ


ผมได้สั่งจองไปเมื่อเดือนมีนาคม เพิ่งได้รับของไปเมื่อ2-3วันที่เอง

คนขายบอกว่าแท้นะครับ โอเคแท้ก็แท้เลยสั่งไปดู


ของถึงผมก็นัดรับของกับผู้ขายตอน 18.30 น.
รอไปนานอยู่ คุณXXXXมาตอน17.20น. <-- ขอแก้นะครับพิมพ์ผิด ต้องเป็น19.20 เห็นคุณ pickdear ถาม

มาถึง เขาก็ให้ตัวลองเทสมาให้ผมฟัง (เห็นผมอารมณ์ดีมั้งครับ รอนานเกือบชั่วโมงคงมีอารมณ์ฟังอ่ะ)
ให้ผมฟังไป ก็เท่านั้นแหละ เพราะยังไม่เคยฟังจากของศูนย์เลย โฮะๆ
ผมก็เริ่มเอ๊ะใจแล้วแหละว่าแท้หรือเปล่า?เพราะถุงหูฟังตัวที่ให้เทสมันดูยัง ไงๆก็ปลอม
ดูกล่องภายนอกกล่องนี้คล้ายกับของจริงนะ พวกตัวหนังสือต่างๆ

เอาไงดีหว่า? 600 ที่มัดจำไว้แล้วด้วย
ก็ได้จ่ายไปเถอะ ส่วนที่เหลือ 300 ถ้าปลอมก็ลงไว้ Most Wanted แล้วกัน
คนอื่นจะได้ไม่ต้องไปซื้อ
แล้วก็รีบกลับเพราะรอนานมาก....

แกะออกมาดู ก็โอ้ว ฝันที่เป็นจริง ดังภาพ
ดูเนื้องานก็น่าจะรู้ตั้งแต่ไม่ได้จับอะไรแล้ว เหอๆ

เลย PM ไปขอคืนสินค้า กับคืนเงินให้เราเต็มจำนวน ดูท่าทางคนขายเขาจะไม่รับคืนเลย
เขาบอกว่าจะมีข้อมูลบางอย่างมายืนยัน ก็เฉยๆไป ดูคุณภาพงานที่ได้รับมาก็รู้แล้ว
ผมเลยเอามาลงไว้ในนี้แล้วกัน ท่านอื่นๆที่กำลังจะซื้อ จะได้ไม่โดนหลอกเอา

เห็นตอนนี้ก็ให้จ่ายเต็มจำนวนแล้วด้วยสิ 555+

ผมซื้อหูฟังราคาหิ้ว จากเว็ปนี้ ทั้ง JBL refference 210 กับcreative EP-630
ด๊กว่าหลายขุม นัก

ท่านใดช่วยผมดันจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งนะครับ

รับพิจารณาไปด้วยเลยก็ได้ ว่า แท้ หรือว่า ปลอม หุหุ

ท่านอื่นที่ซื้อไปจากคุณ XXXX ไม่สงสัยกันมั่งเหรอ?ครับ

เอ้า...มาดูรูปดีกว่า อาจจะเยอะไปหน่อย
ถ่ายจากกล้อง nikon d5000 ประกันศูนย์นิคไทย แท้ๆนะครับ เช็คซีเรียลนัมเบอร์ได้เลย 555+
รูปไหนดูแล้วไม่ชัด ไม่ใช่กล้องปลอมนะ ผมถ่ายห่วยเอง อิอิ

ขอบคุณครับ

Holysai Comment : สังเกตุนะครับ การพ่นสีของ "ตลับเก็บหูฟัง" นั้นเก็บงานได้แย่มากแบบเห็นได้ชัดเจน
*การเก็บงานแย่นี่ เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของหูฟังก้อบเลยนะครับ ต่อให้เป็นเกรด AAA+ ก็ยังไม่เรียบร้อยอยู่ดี




Holysai Comment : มาที่กระเป๋าหนัง ตัว S สัญลักษณืของ Sennheiser ไร้ซึ่งความแวววาวแบบเห็นได้ชัด

Holysai Comment : สังเกตุที่ส่วนประกอบ พวกแจ๊ค หรือ ข้อต่อต่างๆ ปรกติของแท้นั้นจะมีลักษณะด้านๆ
แต่ของปลอมนั้น (ถ้าเกรดต่ำๆ แบบตัวนี้) นั้นจะเห็นได้ชัดเจนว่า เนื้อพลาสติก "มันวาว" แบบเห็นได้ชัด


Holysai Comment : สังเกตุเนื้อพลาสติกแวววาวมากมายครับ - -* (ดูมุมนี้แล้วเท่ห์ดีแหะ lolz)


Holysai Comment : จุดนี้สังเกตุได้ง่าย และ ชัดเจนครับ อย่างที่ผมเึคยเกริ่นไว้ในรีวิวฉบับแรกว่า
Sennheiser ของปลอมนั้นไม่ว่าจะเกรดอะไรก็ตาม เมื่อเอาเล็บจิกบริเวณก้านหูฟังให้เป็นรอยนั้น รอยนั้นจะไม่คืนตัว
แต่ถ้าเป็นของแท้นั้น จะคืนตัวในเวลาไม่นานนักครับ !!


Holysai Comment : สังเกตุตรงโลโก้ Sennheiser หูฟังนะครับ ด้านซ้ายตัวโลโก้ยังเนียน แต่ตัวหูขวา นั้นโลโก้เอียงไปด้านขวาล่างแบบเห็นได้ชัด - -*
ปล.สังเกตุตรงตัว L และ R สีขาวตรง LR มันไม่สม่ำเสมอกันด้วยครับ



Holysai Comment : กลับมาที่กระเป๋าต่อ !!


Holysai Comment : สังเกตุเนื้อกระเป๋านะครับ เนื้อด้านในจะเป็นผ้าเกรดต่ำ และ การเก็บงานแย่เหมือนเคย
(คงเพราะของปลอมเขาเน้น "ปริมาณ" หละมั้งครับ) = =''
ผมแกะ Sennheiser CX500 ของแท้มาไม่ต่ำกว่า 100 ตัว ผมกล้าพูดเลยว่า ไม่เคยเจอของแท้เก็บงานแย่แบบนี้ซักชิ้นเดียวเลย -*-



Holysai Comment : ในจุดนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจนะ เพราะตัวตะขอตัว c นี้ของผมทำพังตั้งแต่วันแรกที่แกะ 5555
แต่เท่าที่เคยใส่ให้ลูกค้านั้น ตัวตะขอที่ล๊อคหูฟังกับกิ๊บหนีบ จะเป็น C ตัวเดียวโดดๆ
แต่ตัวของปลอมตัวนี้เป็นตัว C สองชั้น CC <ในจุดนี้ผมดูว่ามันทนกว่าของแท้อีกนะ -3- )
ปล.ข้อนี้ผมอคตินิดๆครับ เพราะจุดนี้ของแท้ใส่ยากมากกกก จะทำเปราะบางไปไหนนะ !)















Holysai Comment : เดี๋ยวนี้พัฒนาไปไกลแหะ คำว่า PET ชัดเจนขึ้นบ้าง (สมัยแรกๆนี่ ขรุขระมาก)
แต่ก็ยังเก็บงานตรงมุมๆอักษรได้ไม่ดีเท่าไร - -*





ขอบคุณอีกครั้งครับ ที่แวะมาชมจนจบ ขอบคุณครับ


ตอนนี้ผมเปิดเว็บหลักของผมแล้วนะครับ ขอเชิญทุกท่านแวะเวียนเข้ามาได้ที่

http://www.holysai.com

ขอบพระคุณมากๆครับ
Holysai

จุดสังเกตุ : สีที่หน้าคน ของแท้จะอ่อนๆ แต่ ของเทียมจะคล้ำๆนิดๆ (ถ้าไม่เทียบคงสังเกตุได้ยาก)
จุดสังเกตุ : สีเขียวๆในวงกลมๆตรงคำว่า Including Volum Control ถ้าเขียวแก่ๆคือของปลอม แต่ถ้าเขียวอ่อนนิดๆก็ค่ือของแท้
จุดสังเกตุ : ตรงคำว่า CX500 ตรงแถบสีเงินๆตรงกลาง ถ้าเป็นของแท้จะอยู่บริเวณกึ่งกลางพอดี แต่ถ้าเป็นของปลอมจะอยู่บริเวณด้านล่างๆ

จุดสังเกตุ :ตรงบริเวณคำว่า >PET< ถ้าเป็นของแท้จะมีความคมชัดของตัวอักษรมาก แต่ถ้าของปลอมจะขรุขระๆดังภาพ



จุดสังเกตุ : บริเวณด้านข้างกล่องทางด้านขวา วงกลมสีเขียวของแท้ออกสีเขียวอ่อนๆ แต่ วงกลมสีเขียวของปลอมจะเข้มกว่านิดหน่อย

จุดสังเกตุ :ตรงอักษรญี่ปุ่น (อ่านว่า Love หรือเปล่านะ - -) และสกรีนอื่นๆบนถุงของ CX500 ของแท้จะขนาดเล็กกว่า ของปลอมดังภาพ

จุดสังเกตุ : ถุงใส่หูฟังของ CX500 ของแท้โลโก้ตัว S ของแท้จะสะท้อนแสงชัดเจนมาก แต่ของปลอมจะขุ่นๆนิดหน่อย ไม่ชัดเจนเท่าของแท้


จุดสังเกตุ : ของแท้จะมีตัวอักษร Sennheiser ที่เล็กกว่า(ภาพบน) และ ของปลอมจะมีตัวอักษร Sennheiser ที่ใหญ่กว่ามาก(ภาพล่าง)

จุดสังเกตุ : พอแง้มกระเป๋าออกมาดู ของแท้ ตะเข็บด้านในจะเก็บงานได้เรียบร้อยมาก และสีเนื้อในกระเป๋าจะออกคล้ำๆ


จุดสังเกตุ :พอแง่มกระเป๋าของปลอมออกมา ตะเข็บด้านในจะเก็บงานได้แย่มากก และ สีเนื้อในกระเป๋าจะออกขาวกว่าของแท้


จุด สังเกตุ : มาทางด้านที่เก็บหูฟังบ้าง ก่อนอื่นสังเกตุที่โลโก้ของแท้(ด้านบน) จะมีตัวอักษร Sennheiser ที่เล็ก และ ชัดกว่าของปลอม(ด้านล่าง) มาก

สังเกตุตรงตัวล๊อคหูฟัง (ที่ผมวงสีแดงไว้ด้านขวา)
ของแท้อันบน จะมีแง่งเล็กๆยื่นออกมาล๊อคหูฟังได้ดี
แต่ของปลอม แง่งเล็กๆจะน้อยมาก ทำให้ลีัอคหูฟังไม่ค่อยจะได้



จุด สังเกตุ : ข้อหุ้มปลายบริเวณด้านหลังแจ๊คหูฟัง ของแท้(ซ้าย) จะมีรูขนาดใหญ่กว่า สามารถขยับได้ แต่ของปลอมจะรูพอดีกับหูฟัง ไม่สามารถขยับได้


จุดสังเกตุ : มองด้วยภาพอาจจะมองลำบาก แต่ตัวอักษร CX500 ของปลอมจะใหญ่กว่าของแท้เล็กน้อย(สังเกตุยากมากถ้าไม่เทียบ)






แค่ผมแกะมันออกมาจากกล่อง ที่จับหูก็เป็นรอยเสียแล้ว

เปรียบเทียบกับของแท้แล้ว จะเห็นได้ชัดว่า วัสดุที่ทำมันต่างกัน

ของก้อบ ยังไงก็คือของก้อบ คุณภาพ มาตรฐาน ที่ได้ก็แค่เลียนแบบภายนอก

แต่เนื้อใน และ คุณภาพที่ได้ ก็ต่างกันครับ



ผมเจอจุดสังเกตุอักจุดละคือ ตะเข็บของหูบน
สังเกตุตรงลูกศรผมนะครับ ถ้าของปลอม(อันบน) ตะเข็บบนกับล่างจะอยู่ด้านปลายสุด
แต่ถ้าของแท้ (อันล่าง) ตะเข็บจะเหลื่อมลงมาด้านล่างนิดนึงดังภาพ



ลิงค์กระทู้ด้านล่างนี้เลยครับ (สำหรับรีวิวหูฟัง CX 500)
http://fakeheadphones.com/forum/index.php?topic=13.0
ID : Pantip
Pass : Pantip123